แบบหรือพิมพ์เขียวสำหรับผู้บริหารโรงเรียนในการสร้างโรงเรียนที่มีประสิทธิผล
(Blueprint for Government Schools)
(Blueprint for Government Schools)
วิสัยทัศน์สู่ความสำเร็จของผู้บริหารโรงเรียนในการสร้างโรงเรียนให้มีประสิทธิผล ระบบของโรงเรียนที่ยอดเยี่ยมเป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องทำให้เกิดขึ้นสำหรับโรงเรียนที่มีประสิทธิผล นั่นคือ มีระบบการพัฒนาปรับปรุงโรงเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
แนวทางที่จะช่วยพัฒนาโรงเรียนให้มีประสิทธิผลที่กำหนดนี้เป็นแบบกว้าง ๆ โดยSammons, Hillman and Mortimore (1995) เป็นผู้พัฒนารูปแบบนี้
เป้าหมายบนการสร้างและการดำรงไว้ซึ่งโรงเรียนที่มีประสิทธิผลภายใต้ยุทธศาสตร์แบบพิมพ์เขียวและความคิดริเริ่ม ที่ปรากฏนี้ กำหนดขึ้นสำหรับทุกโรงเรียน ในการบริหารโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ด้วยการมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย พิมพ์เขียวนี้เป็นวาระที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปและเป็นยุทธศาสตร์ที่เห็นพ้องต้องกัน ซึ่งกำหนดโดยทีมของผู้นำด้านการศึกษา ด้วยการกำหนดวิธีการและกรอบแนวคิดในการทำโรงเรียนให้มีประสิทธิผล
องค์ประกอบของโรงเรียนที่มีประสิทธิผล พิจารณาจาก 8 ประการ ดังต่อไปนี้
Professional Leadership
Focus on Teaching & Learning
Purposeful Teaching
Shared Vision & Goals
High Expectations of All Learners
Accountability
Learning Communities
Stimulating & Secure Learning Environment
1.ผู้นำเป็นมืออาชีพ (Professional Leadership)
ผู้นำเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับโรงเรียนที่มีประสิทธิผล(Effective schools) ผู้บริหารเป็นผู้มีอิทธิพลโดยตรงต่อครูและประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนที่สัมพันธ์กัน ภาวะผู้นำอย่างมืออาชีพจะต้องระบุให้ชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของโรงเรียน มันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบตลอดทั้งโรงเรียน โดยการกำหนดให้ครูด้วยการให้โอกาสในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับหลักสูตร เกี่ยวกับสิทธิในการเรียนรู้สู่ความเป็นมืออาชีพ และการบริหารจัดการทรัพยากร และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในนโยบายอื่นๆ ภาวะผู้นำมืออาชีพจะต้องปกป้องรักษาเคียงบ่าเคียงไหล่ว่าอะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและ รวมทั้งอะไรเป็นสิ่งที่จะต้องนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
2. มุ่งสู่การจัดการเรียนการสอน (Focus on Teaching & Learning)
โรงเรียนที่มีประสิทธิผล (Effective schools) เริ่มแรกผู้บริหารจะมุ่งสู่การจัดการเรียนการสอน เขาจะพิจารณาอย่างระมัดระวังและละเอียดรอบคอบในการใช้เวลาสำหรับงานด้านวิชาการและการเรียนรู้อื่นที่ไม่เน้นวิชาการ โรงเรียนที่มีประสิทธิผลจะเดินหน้าด้วยยุทธศาสตร์ในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมและโครงการการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ โดยมีเป้าหมายเพื่อการจัดการเรียนการสอนเป็นสำคัญ เอาใจใส่และคำนึงถึงการพัฒนาสาขาวิชาโดยเฉพาะและพัฒนาความรู้ให้กับครูอย่างสม่ำเสมอ
3.สอนสิ่งที่มีความหมาย (Purposeful Teaching)
ครูที่มีประสิทธิภาพ (Effective Teachers) จะต้องรู้ว่าจะจัดการเรียนการสอนและสร้างเด็กให้เป็นคนมีความรู้ได้อย่างไร ครูที่เข้มแข็งจะต้องเข้าใจในเนื้อหาวิชาอย่างทะลุปรุโปร่งเพื่อจะใช้ในการฝึกอบรมเด็กของเขา มียุทธศาสตร์ในการสอนเท่า ๆ กับรูปแบบการเรียนรู้ และมีความต้องการที่จะจัดการเรียนการสอนเพื่อเด็กของเขา สอนในสิ่งที่มีความหมาย สอนให้เขาได้ปฏิบัติ ให้ความสำคัญกับการจัดประสบการณ์เพื่อเด็กของเขา จัดสิ่งจำเป็นเพื่อการเรียนรู้และเพื่อการฝึกทักษะในการดำรงชีวิตในประจำวัน
4. มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน (shared vision and goals)
โรงเรียนที่มีประสิทธิผล(Effective Schools) สามารถอธิบายและมีความเข้าใจชัดเจนในเป้าหมายของเขาร่วมกัน เป้าหมายเหล่านี้จะโฟกัสไปสู่การจัดการเรียนการสอนของนักเรียน มีการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขและใช้กระบวนการในการแก้ไขปัญหา โรงเรียนที่มีประสิทธิผลจะสร้างสรรค์บนความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ ในระหว่างทีมงานเกี่ยวกับเป้าหมายและการสร้างคุณค่าให้กับโรงเรียน ทำทุกอย่างให้สอดคล้องสัมพันธ์กันและโดยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ก้าวไปด้วยความมั่นใจ ด้วยหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการเรียนรู้ เตรียมการสอนอย่างมืออาชีพ ด้วยวิสัยทัศน์และเป้าหมายของโรงเรียนเป็นสำคัญ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างครู นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนอย่างกว้างขวาง ยิ่งกว่านั้นยังมีความต้องการที่จะให้สะท้อนถึงเป้าหมายของโรงเรียนด้วย
5.มีความคาดหวังอย่างสูงกับผู้เรียนทุกคน (High Expectations of All Learners)
โรงเรียนที่มีประสิทธิผล(Effective schools) ครูมีความคาดหวังว่า เด็กทุกๆคนเป็นผู้มีความสามารถในการเรียนรู้ เขาทั้งหลายจึงมีความพยายามอย่างแน่วแน่ ที่จะทำให้ผู้เรียนทุกคนเป็นผู้ที่ประสบผลสำเร็จ และมีโอกาสสูงสุดสำหรับความสำเร็จของเขาทุกคน ครูผู้สอนจึงต้องปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของเขาเพื่อสนองความต้องการของเด็กแต่ละคน รวมทั้งส่งเสริมให้เขาเป็นผู้มีสมรรถนะอย่างสูง ภายใต้การให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง มีแนวทางและมีความพยายามที่ต้องการสู่ความสำเร็จที่เป็นการกระทำที่ชัดเจน ด้วยกิจกรรมที่มีส่วนร่วมของผู้ปกครองที่มีความหมายหมั้นปั้นมือร่วมกันในการเรียนรู้ของเด็กของเขาทุกคน
6.ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accountability)
โรงเรียนที่มีประสิทธิผล(Effective schools) จะต้องแสดงให้เห็นว่ามีระบบของการตรวจสอบที่ถูกต้อง มีการประเมินการปฏิบัติด้วยโรงเรียนและนักเรียน มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ใช้ข้อมูลพิสูจน์ผลในการปฏิบัติ ส่งเสริม กำกับ ติดตาม ภายใต้ความสำเร็จของนักเรียนและวางแผนพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้อย่างมืออาชีพด้วยทีมงานและยอมรับที่จะให้พิสูจน์ความสำเร็จจากพื้นฐานของความสำเร็จนั้น ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้(Accountability)ที่น่าเชื่อถือสามารถวัดด้วย
ทีมภาวะผู้นำของโรงเรียนที่กำหนดโดยผู้ปกครอง ด้วยการให้ข้อมูลที่แสดงความก้าวหน้าเกี่ยวกับเด็กของเขา
7.สังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Communities)
สังคมแห่งการเรียนรู้(Learning Communities) จะต้องเป็นภาพที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เป็นค่านิยม และเป็นเป้าหมาย เขาทั้งหลายจะทำงานด้วยความร่วมมือในการปรับปรุงหลักสูตร ปรับปรุงยุทธศาสตร์การสอนและปรับปรุงการวัดผลประเมินผล สังคมแห่งการเรียนรู้รวมทั้งของแต่ละคนด้วยการให้ทักษะความรู้และความรู้อย่างหลากหลาย ความหลายนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า และด้วยวิธีที่มีส่วนร่วม ดึงดูดความสนใจ ร่วมกันแก้ไขปัญหาโรงเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน( Based Problems) สังคมแห่งการเรียนรู้จะต้องเป็นสังคมที่มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบบตรงไปตรงมา มีการพูดคุยสนทนา มีการสืบสวนพิจารณา นำเอาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นมาพิจารณาและต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ครูผู้สอนจะรู้สึกว่าเขาสามารถทำการพัฒนาความรู้และตัดสินใจด้วยความรับผิดชอบเกี่ยวกับนวัตกรรม ยุทธศาสตร์การจัดการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี
8.สนับสนุนบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อถือได้ (Stimulating & Secure Learning Environment)
สภาพแวดล้อม (The environment) ในการทำงานของนักเรียนจะสะท้อนบนการเรียนรู้ของเขา การจัดสรรทรัพยากรเป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการ และถือว่าเป็นสิ่งที่นำไปสู่คุณภาพการจัดการเรียนการสอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน โรงเรียนที่มีประสิทธิผลจะแสดงให้เห็นถึงกระบวนการที่สอดคล้องกันในการจัดสรรทรัพยากรกับการบริหารจัดการชั้นเรียน สมาชิกของทีมจะประชุมกันเสมอ ๆ และอภิปรายถึงการบริหารจัดการชั้นเรียน และใช้ยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาเพื่อการจัดการกับพฤติกรรมที่แตกกระจัดกระจาย นโยบายด้านวินัยจะเป็นสิ่งที่มีความเด็ดขาดโดยใช้การมีส่วนร่วมและดำเนินการปฏิบัติให้สอดคล้องกันกับการปฏิบัติ
http://www.education.vic.gov.au/studentlearning/teachingresources/english/learncomm.htm